หลังจากที่คนรักของเขาลุกขึ้นจากหลุม ชายผู้บริสุทธิ์กลับกลายเป็น “แพะ” ในบาปที่ใครบางคนก่อไว้ เขาต้องดิ้นรนสุดกำลัง เพื่อเอาชีวิตให้รอด ชีวิตจืดชืดจึงแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องตื่นเต้นเร้าใจสุดๆ
8 ปีเต็มๆ ที่คุณหมอ อเล็กซ์ เบ็ค (ฟรองซัวส์ คลูเซต์) พยายามจะ “ต้อน” ชีวิตให้กลับมาเดินบนหนทางปกติ หลังจาก มาร์โกต์ (มารีโจเซ ครูซ) ภรรยาของเขาตกเป็นเหยื่อของฆาตกรรมต่อเนื่อง ทุกอย่างดูจะเข้าที่เข้าทางและเป็นไปได้ด้วยดี แต่เพราะความตายของผู้เคราะห์ร้ายรายใหม่มีหลักฐานบ่งชี้มาถึงตัวเขา ทำให้หมอหนุ่มใหญ่ถูกมัดมือมัดเท้ากลายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฉาว
ในวันเดียวกัน อเล็กซ์ได้รับอีเมลจากมาร์โกต์ ภรรยาที่ตายไปแล้ว ??!! อีเมลฉบับนั้นลงท้ายว่า ... อย่าบอกใครนะ ... พวกเขากำลังจับตามองอยู่??!!
ขณะที่ความสับสนวุ่นวายมหาศาลเกิดขึ้นกับอเล็กซ์ เขาก็มีน้องสาว (มารินา แฮนด์ส) และคนรักของเธอ เฮเลนา (คริสติน สกอตต์ โธมัส) ยื่นมือเข้ามาช่วย โดยพวกเขาจ้างทนายความค่าตัวแพงลิ่ว อลิซาเบท เฟลด์แมน (นาตาลี เบย์) มาดูแลคดีให้
ระหว่างที่อลิซาเบทพยายามทำให้ลูกความอยู่ไกลคุกมากที่สุด แต่เหตุการณ์ต่างๆ กลับทำให้อเล็กซ์รู้สึกว่า การต่อสู้ตามกติกาอาจจะไม่ช่วยให้ความจริงเปิดเผยออกมา เขาอาจจะไม่รอดจากการเป็นแพะรับบาป อเล็กซ์จึงดิ้นไปตามสัญชาต ญาณและความรู้สึก โดยมีแก๊งสเตอร์ที่ติดหนี้บุญคุณเขาอยู่มาช่วยเหลือ เพื่อดิ้นให้หลุดพ้นจากเขาวงกตอันมืดมิดและวกวน
Tell No One หรือ Ne Le Dis a Personne สร้างจากวรรณกรรมขายดีระดับโลกโดย ฮาร์แลน โคเบน ผู้กำกับและคนเขียนบททำหน้าที่ของพวกเขาได้อย่างดี โดยมีทีมนักแสดงในฝันมาร่วมกันนำเสนอถ่ายทอด
นี่คือหนังลึกลับและตื่นเต้นเร้าใจระดับ 3 ดาว แม้บางรายละเอียดของหนังจะ “หยาบ” ไปบ้าง จนสร้างความสับสนให้คนดู อีกทั้งตัวละคร (ที่มีมากมาย) บางตัวก็ถูกหลงลืมบางขณะ แต่ถึงอย่างนั้นดีกรีความตื่นเต้นเร้าใจก็ยังมีอยู่ชนิดล้นเปี่ยม กระทั่งไม่อยากแม้แต่จะกะพริบตา ...!!!
ถ้าพิจารณาเนื้อหนังกันแบบคร่าวๆ Tell No One มีกลิ่นอายละม้ายคล้ายงานของบรมครูอย่าง อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก แต่ถ้าได้ดูกันจริงๆ แล้วจะรู้ว่า... แค่คล้าย ไม่ได้เหมือน
เพราะงานของฮิตช์ค็อกนั้น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นหนังตื่นเต้นเร้าใจ แต่กลับใส่ใจในการลงลึกถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละคร ทั้งยังก่อประกายให้คนดูเกิดอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย (โดยเฉพาะความหวาดกลัว) อย่างอัศจรรย์ และเหนือการควบคุม
ส่วน Tell No One นั้น พูดกันตรงๆ ก็คือ ... ตั้งใจทำให้คนตื่นเต้นเร้าใจกับการลุ้นพระเอกให้รอดจากเขาวงกตวกวน เพื่อลุถึงการเฉลยในตอนจบ หนังดูเหมือนจะพยายามสะท้อนเรื่องราวในสังคมของชาวปารีสออกมา แต่ก็ ... ไม่ประสบความสำเร็จนัก
ถ้านำไปเปรียบเทียบกับหนังร่วมยุคสมัยเดียวกัน Tell No One ก็ต่างอยู่บ้าง ตรงที่ผู้กำกับได้ระบายสีหม่นเทาเข้ามาผสม แม้เรื่องจะจบอย่างแฮปปี้เอนดิง (ขอบอก ...) แต่เราก็ยังสัมผัสได้ถึงความเศร้าที่ลอยอวลอยู่ นี่น่าจะเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หนังฝรั่งเศสตื่นเต้นเร้าใจเรื่องนี้แตกต่างไปจากหนังในแนวทำนองเดียวกันหลายๆ เรื่องจากฮอลลีวูด!!!
2 ชั่วโมงของการดูหนังเรื่องนี้เหมือนการเดินเข้าไปสู่เขาวงกตอันวกวนชวนฉงน ผสมกับการนั่งรถไฟเหาะตีลังกาอันตื่นเต้นเร้าใจ
ป.ล. ดูสัก 2 รอบ สนุก (กว่า) ... อย่าบอกใคร!?
ที่มา โพสต์ทูเดย์