• Breaking News 
  •  
  •  
  • ไปดูมาแล้ว : ตำนานนางพญางูขาว

    เรื่องนี้โดนใจขอไลค์หน่อย 3,045 Views | 16 Nov 2011 17:57

           
    ตำนานของเมืองบางกอกในอดีตนั้น มีผู้รู้ในอดีตบอกว่า “บาง” หมายถึงทางน้ำผ่าน เพราะฉะนั้นถ้าเมืองหลวงของเราคือเมืองบางกอก หรือ Bangkok ก็แปลว่ามันจะต้องเป็นเมืองที่มีน้ำผ่านเยอะแหงๆ และเมื่อดูจากภูมิประเทศ ลักษณะที่คนโบราณทำทางไว้ก็น่าเชื่อว่ามันจะเป็นจริง
          
           
    เพราะเมืองบางกอกนั้นคลองเยอะแยะไปหมด
          
          
     ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาแม้ชื่อบางกอกจะมีนัยไปในทางที่เกี่ยวกับน้ำ แต่การที่เมืองเมืองนี้จะเกิดน้ำท่วมจนกลายเป็นตำนานนั้นแทบไม่มีเลย สองร้อยกว่าปีที่ผ่านมามีน้ำท่วมใหญ่หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่หนักหนามากที่สุด จนกระทั่งในปี 2554 ที่น้ำท่วมมาพร้อมกับตำนานใหม่ที่เกิดขึ้น
          
           
    ตำนานนางพญาปูขาว!!
          
           
    นางพญาปูขาวนั้น ตอนเริ่มต้นของการสร้างตำนาน หลายคนใจร้ายมากเอาแกไปเปรียบกับ “ผีอีเม้ย” ในละครเรื่อง “รอยไหม” แต่ผีอีเม้ย แม้แกจะคลั่งหม่อมบัวเงินมากไปหน่อย แต่แกก็ไม่โง่ดักดานงี่เง่า ผีอีเม้ยเป็นแบบโง่งมงายต่างหาก ในเวลาต่อมาอาจจะมีคนสงสารผีอีเม้ยที่ถูกเอามาเปรียบเทียบอย่างไม่ค่อยเป็น ธรรม แล้วบังเอิญว่ามีเหตุการณ์น้ำหลาก น้ำทุ่ง และน้ำโง่มาพร้อมๆ กัน
          
           
    สุดท้ายอีเม้ยก็ถูกลืม แล้วกลายเป็นนางพญาปูขาวให้สมกับเป็นตำนานน้ำท่วมของเมืองไทยไปเลย
          

    จริงๆ ตำนานที่คล้ายกันของน้ำท่วมเมืองจีนโดยเฉพาะในหังโจวหรือหลินอานนั้น ตัวชูโรงของที่นั่นก็คือ “นางพญางูขาว” ครับ แต่ทั้งสองเรื่องนี้แม้จะเกิดห่างกันหลายร้อยปี แต่ที่ดูแล้วคล้ายๆ กันก็มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความหลง ความรัก ความโง่ แต่ใครโง่กว่าใคร และใครน่าสงสาร หรือน่าสังเวช หรือ “น่าสมเพช” ก็ต้องให้ท่านผู้อ่านตรองดูและเปรียบเทียบเอาเอง

     
    เมืองหังโจวหรือหลินอานนั้นเป็นเมืองที่มีคูคลองเยอะแยะไปหมด สะพานข้ามคลองก็อยู่ในระดับเยอะเป็นบ้าเหมือนเมืองบางกอกนี่แหละครับ ครั้งหนึ่งในราชวงศ์หมิงคือประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 13-14 ก็เกิดวรรณกรรมเล่มหนึ่งที่เข้าใจกันว่าน่าจะเขียนขึ้นจากตำนานในสมัย ราชวงศ์ถัง วรรณกรรมดังกล่าวมีชื่อว่า “ การจองจำปีศาจงูขาวชั่วนิรันดร์เจดีย์เหลยเฟิ่ง (The White Maiden Locked for Eternity in the Leifeng Pagoda )” ซึ่งเป็นเรื่องตำนานการเกิดของเจดีย์เหลยเฟิ่งซึ่งเป็นเจดีย์ที่ว่ากันว่า ช่วยให้น้ำท่วมใหญ่ในยุคนั้นได้ยุติลง ส่วนหนึ่งของนักวิชาการที่พูดถึงเรื่องนี้กล่าวอ้างว่า ตำนานนางพญางูขาวนั้น คนแต่งอาจจะมีแนวโน้มที่จะเขียนกระทบกระเทียบกับ บูเช็กเทียน จักรพรรดินีแห่งราชวงศ์ถังนั่นเอง
          


    เราต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ไอ้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอย่างน้ำท่วมในสมัยราชวงศ์ถังนั้น มันหาคำอธิบายได้ยากเต็มทีว่าเกิดจากอะไร ไม่ใช่ในยุคปี 2554 ที่คำสารภาพของนายโจรทำน้ำท่วมนั้นมีอยู่และตีพิมพ์กันเรียบร้อย ว่าท่วมกันขนาดนี้ เพราะกะปริมาณน้ำพลาดและกักน้ำไว้จนล้นเขื่อนเพื่อให้จำนำข้าวได้สนองการหา เสียงของรัฐบาล
          
          
    แต่ในยุคนั้นต่อให้มีระบบชลประทานที่ดี แต่พอมันมีเรื่องแบบนี้ขึ้นมา และหาสาเหตุไม่เจอ สุดท้ายคนก็ต้องหันกลับไปหาสิ่งเหนือธรรมชาติมาอธิบายเรื่องราวไปจนได้ นั่นคือ การสร้างเจดีย์เพื่อกักขังตัวการทำน้ำท่วมอันได้แก่นางงูขาวนั่นเอง
          
           
    ส่วนยุคนี้ใหม่ขึ้นมาหลายร้อยปี ตำนานนี้น่าจะจบลงที่ใครสักคนควรจะต้องติดคุกฐานทำน้ำท่วมจะดีที่สุด!!
          
           
    นางพญางูขาวเป็นเรื่องราวของนางพญางูขาวไป๋ซู่เจิน ที่เดิมเป็นงูเผือก แต่เจ้าตัวบำเพ็ญตบะอยู่พันปีจนกระทั่งมีอิทธิฤทธิ์และกลายเป็นคนได้ แต่วันดีคืนดีนางงูขาวเกิดพลาดท่าอีท่าไหนไม่ทราบ แกก็ถูกช่วยเหลือโดยบัณฑิตหนุ่มสี่เซียน จนกระทั่งอยากจะทดแทนคุณและเกิดความรักขึ้นมา
          
           
    เรื่องมันยุ่งเพราะบัณฑิตสี่เซียนผู้ที่ดูมีสง่าราศีพอแต่งงานกับสาวสวยปุ๊บ เผลอแผล็บเดียวหน้าตาเหี่ยวเหลืองซูบซีดจนคนทักเอาว่าเหมือนคนไร้วิญญาณหรือ พลังชีวิตไม่มี ทั้งๆ ที่เอาเข้าจริงอาจจะเป็นเพราะบัณฑิตสี่เซียนแกอาจจะกลัดมันจนไม่ได้หลับไม่ ได้นอนก็ว่าได้ เพราะนางไป๋ซู่เจินแกก็ขาวอย่างที่ควรจะเป็น แถมคนภาคใต้โดยเฉพาะสตรีเอ๊าะๆ นั้นก็มีความงามระดับร่ำลือ แต่อย่างว่าแหละครับ คนไม่ได้นึกถึงเรื่องอื่นๆนอกจากยกบาปนี้ให้แก่ฝ่ายหญิง...ว่าดูดวิญญาณแหงๆ
          
           
    เรื่องดูดวิญญาณนี้คงเป็นเหมือน “ตำนานเอาอยู่” ของนางพญาปูขาว ที่เอาอยู่ๆๆๆๆ จนประชาชีหน้าเหลืองแถมจนลงทั่วหน้า บ้างที่ทนแรงเอาไม่ไหวก็ตายไปกับกระแสน้ำเยอะแยะนะครับ
          
           
    วันดีคืนดีก็มีหลวงจีนรูปหนึ่งมาเยือน เมื่อมองเห็นหน้าพระเอกเราก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่า แกกำลังถูกปีศาจดูดวิญญาณอยู่ และคนที่ดูดวิญญาณแก่ทุกวันทุกคืนก็คือ เมียของแกที่เป็นนางปีศาจงูขาวแปลงร่างมา สุดท้ายหลวงจีนฝาไห่ซึ่งเป็นหลวงจีนจอมอาคมก็ประกาศว่าต้องจัดการเรื่องนี้ ให้เด็ดขาดไป เพราะแกถือว่า เมื่อเห็นสัตว์กำลังจะตายอยู่ต่อหน้า แกก็ต้องช่วยให้เรียบร้อย แกไม่สามารถปล่อยให้พี่บัณฑิตสี่เซียนต้องตาเหลืองตายคาเตียงแบบนี้ได้
          
           
    การต่อสู้ระหว่างนางพญางูขาวตบะสูงที่รักผัวเต็มเหนี่ยว กับหลวงจีนจอมอิทธิฤทธิ์จึงเกิดขึ้น!!
          
           
    เรื่องนี้จะว่าไปก็ไปคล้ายกับเรื่องตำนานผีอีนาคหรือแม่นาคพระโขนงอยู่ ว่าเป็นเรื่องของผีที่รักคน แต่คนในสังคมเห็นว่าผีไม่ควรจะมารักกับคน ก็เลยเกิดปัญหาขึ้น สุดท้ายก็ได้สุดยอดพระอาจารย์แห่งยุครัตนโกสินทร์อย่างสมเด็จโตมาปราบและส่ง วิญญาณนางไปสู่ที่ชอบๆ..
          
           
    เพียงแต่การต่อสู้ของทั้งคู่คือนางนาคกับสมเด็จโตท่านไม่ได้ทำให้ใครเดือด ร้อนหรือมีผลกระทบเป็นวงกว้าง แต่ทว่าการต่อสู้ระหว่างหลวงจีนฟาไห่กับนางพญางูขาวกลับแตกต่างกัน เพราะเป็นพวกฤทธิ์เยอะทั้งคู่ แถมนางงูขาวยังมีน้องสาวคือนางงูเขียวที่ฤทธิ์ก็ร้ายพอกัน ผลก็คือ ชาวบ้านชาวเมืองเดือดร้อนด้วยสงครามน้ำที่สาดกันไปมาโดยไม่ได้สนว่าคนเขาจะ เดือดร้อนกันขนาดไหน
          
           
    ก็เหมือนเมืองไทยนั่นแหล่ะครับ ที่ กทม. ก็พรรคหนึ่ง รัฐบาลก็พรรคหนึ่ง ล้วนแต่เล่นการเมืองแล้วเอาประชาชนเป็นตัวประกัน แต่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ประชาชนตายก่อนเสมอ
          
           
    นางพญางูขาวถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ก็หลายครั้ง ถูกสร้างเป็นละครก็หลายรอบ สร้างทีไรคนก็ดูกันฮิตทั้งสิ้น เพราะเรื่องราวซาบซึ้งตรงใจอย่างที่สุด รายละเอียดของการสร้างแต่ละเวอร์ชันอาจจะต่างกัน แต่โดยโครงใหญ่ๆ ยังเหมือนกันหมด นั่นคือมีตัวละครหลักคือ ฝ่ายไป๋ซู่เจิน และนางพญางูเขียว ฝ่ายบัณฑิต ฝ่ายหลวงจีน และหายนะที่ตามมา
          
           
    เวอร์ชั่นละครที่คนชอบมากที่สุดก็คือไม่แคล้วที่มีเจ้าหย่าจือ เล่นเป็นนางพญางูขาว ส่วนภาพยนตร์ที่คนชอบมากๆ ก็เวอร์ชันฉีเคอะ ที่ได้ หวังจู่เสียน เป็นนางพญางูขาว และ จางม่านอวี้ เป็นนางพญางูเขียว ส่วนหลวงจีนฝาไห่ แสดงโดย เจ้าเหวินจั๋ว หลวงจีนจอมโหด (น่าจะโหดสุดที่เล่นเป็นฝาไห่ละครับ)
          
           
    ล่าสุดได้หลี่เหลียนเจี๋ยมาเล่นเป็นหลวงจีนฝาไห่เวอร์ชั่นล่าสุด แต่ก็จากโรงไปแบบเงียบๆ เพราะสู้ฤทธิ์น้ำของนางพญาปูขาวไม่ได้
          
           
    แต่ผมเชื่อว่าตำนานนางพญาปูขาวคงไม่มีใครเอามาสร้างออกทีวีแน่ๆ เพราะส่วนหนึ่งคนดูคงเข็ดเพราะเหนื่อยหน่ายในความโง่ดักดานในการจัดการปัญหา อีกส่วนหนึ่งก็คงเพราะเบื่อกับ Acting ที่ห่วยแตกเหมือนนักแสดงที่ไม่อิน และสุดท้ายจริงๆ อาจจะเบื่อน้ำตาที่ออกมาท่วมจอทุกทีนั่นเองครับ


    ที่มา  http://www.manager.co.th



  • ร่วมแสดงความเห็น
    ชื่อ :
      
    ตัวเลขจากภาพ :
      
    ความเห็น :
      • #2
        Ats [180.180.107.xx] เมื่อ 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา
        สงสัยจะบ้า จะวิจารณ์หนังรึการเมือง เอาสักอย่าง คนเขียนไร้สาระสัสๆ
      • #1
        kokodaDA [1.0.139.xx] เมื่อ 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา
        ดีหนังจีนช่วงนี้มีให้ดู