• Breaking News 
  •  
  •  
  • ละคร อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว

    เรื่องนี้โดนใจขอไลค์หน่อย 6,645 Views | 12 Jan 2012 15:44

    ละคร อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว  ตอนที่ 13


    บาบาร่าถามอีกว่าทำไมคิดอย่างนั้น แนนนี่ตอบไม่ถูก บาบาร่าจึงไม่ให้บอกใครอีก จะมีคนรู้แค่สองคน คือตนกับทาฮิร่า แนนนี่บ่นว่า

    “ถึงจะเป็นอสูรจริง แต่แนนนี่ก็ไม่เคยคิดร้ายหรือคิดทำลายใครเลยนะคะ”

    “มันยังไม่ถึงเวลาน่ะสิ”

    “หมายความว่ายังไงคะ”

    “เคยได้ยินเรื่องหมาป่ากลายร่างเป็นมนุษย์เมื่อพระจันทร์เต็มดวงหรือเปล่า...ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อถึงวันเกิดครบรอบ 22 ปีของหนู หนูจะกลายเป็นอสูรโดยอัตโนมัติ และจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่มีอะไรเหลือ

    แนนนี่ตกใจไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน บาบาร่าถามอายุ แนนนี่ตอบว่า 19 ปี เหลือเวลาอีก 3 ปี ตนจะทำอย่างไรดี บาบาร่าส่ายหน้า แนนนี่อ้อนวอนให้บอก ตนจะได้หาทางแก้ไข

    “มันทรมานเกินไป แล้วครูก็รักเธอมากกว่าจะปล่อยให้...” บาบาร่าอัดอั้นพูดไม่ออก

    “อาจารย์คะ อาจารย์บาบาร่าอย่าเพิ่งไปค่ะ...แนนนี่จะต้องรู้ให้ได้”

    “เธอต้องฆ่าตัวตายในวันที่อายุครบ 22...”

    ร่างบาบาร่าเลือนหายไปเหลือแต่เสียงที่ดังกึกก้อง แนนนี่ยืนตกตะลึงหน้าซีด...

    ooooooo

    ฟังเรื่องจากบาบาร่าแล้วไทเกอร์ทึ่งกับอุบายร้ายกาจของเธอ ที่จะทำให้แนนนี่ฆ่าตัวตายเอง แต่ยัง ข้องใจว่าทำไมไม่ให้ฆ่าตัวตายเสียวันพรุ่งนี้เลย บาบาร่าสาธยาย

    “การฆ่าตัวตายจะสำเร็จก็ต่อเมื่อฆ่าในวัดเกิดครบรอบ 22 ปีเท่านั้น ถ้าก่อนหรือหลังจะฟื้นขึ้นมาอีก แต่ถ้าคนอื่นฆ่าก็ตายปกติ...ระหว่างนั้น นังอสูรแนนนี่จะต้องไว้ใจฉันแต่เพียงผู้เดียว”

    บาบาร่าให้ไทเกอร์เฝ้าดูทาฮิร่าอย่าให้กลับไปเมืองเวทมนตร์เพราะตนโกหกว่าได้รายงานท่านผู้นำแม่มดว่าทาฮิร่าช่วยอสูรไว้ เดี๋ยวความจะแตก ไทเกอร์โดดแผล็วออกไป...

    เสียงบาบาร่ายังก้องอยู่ในความนึกคิดของแนนนี่ ทำให้เธอกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก เพราะขัดกับคำสอนของปัทมน ที่เคยสอยไว้

    “การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นบาป ผิดศีลข้อแรกเลย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่หรือแม้กระทั้งฆ่าตัวเอง” คิดแล้วแนนนี่ยิ่งกลุ้ม เพราะถ้าตนเป็นอสูรจริงแล้วไม่ทำลายตัวเองก็จะทำลายชีวิตคนอื่นมากมาย ยิ่งจะทำให้เป็นบาปหนาสาหัส แล้วตนควรทำอย่างไรดี...

    ระหว่างที่แนนนี่กลัดกลุ้ม ดารกากลับยิ้มร่ามีความสุขที่ได้ใกล้ชิดภวัต เพราะติวหนังสือให้จนจบ รัดเกล้ากลับจากทำงานพอดี ดารกาจึงอาสาทำอาหารเย็นเลี้ยงทุกคน ให้เชิญจักรวาลไปที่บ้านด้วย รัดเกล้าไปช่วยเป็นลูกมือ ธานีกลับมาเจอรัดเกล้าที่บ้าน อดกระแนะกระแหนแกมเอ็นดูไม่ได้ จนดารกาอ่อนใจ

    “ทะเลาะกันไปก่อนนะคะ น้องดาจะเข้าครัวแล้ว”

    “พี่ไปด้วย เหม็นขี้หน้าอีตาธานี” รัดเกล้าวิ่งตาม

    ธานีตะโกนไล่หลังถามว่าเคยดมแล้วหรือ รัดเกล้าหันมาถลึงตาใส่ ดารการีบดึงตัวไปด้วยกัน ธานีหัวเราะขำๆแล้วเดินมาที่ห้องแนนนี่ เคาะเรียกให้ออกมา แนนนี่ท่าทางซึมเซา

    “อ้าวเป็นอะไรไปล่ะ ไม่สบายหรือเปล่า” เห็นแนนนี่ส่ายหน้า จึงถามอีก “แล้วทำไมทำหน้าเหี่ยวยังงั้น”

    แนนนี่ตอบว่ากลุ้มใจ ธานีย้อนถามว่าเรื่องอะไร แนนนี่ว่าเล่าไปก็คงไม่เข้าใจ ธานีเล่ามาจะได้รู้ แนนนี่จึงบอกว่า มันเป็นเรื่องที่ตนต้องปกป้องโลก ธานีขำเอานิ้วจิ้มหน้าผากแนนนี่

    “ก่อนที่จะปกป้องโลก ไปช่วยพี่เกล้ากับพี่ดาทำกับข้าวก่อน”

    แนนนี่ตาขวางเมื่อได้ยินชื่อดารกา ธานีกอดคอแนนนี่พาลงไปพร้อมกับบอกว่า ท้องอิ่มแล้วค่อยวางแผนกัน แนนนี่ขืนทำตัวไม่อยากไป ธานีดึงรั้ง

    “เย็นนี้เราจะกินเลี้ยงกับข้าวฝีมือกันเอง ใครท้องเสียก็ส่งหมอภวัตเลย”

    “พี่ภวัตมาด้วยหรือคะ” แนนนี่ลิงโลดทันที พอธานีตอบว่าแน่นอน เธอก็ยอมไปแต่โดยดี

    แต่พอเข้ามาในครัวเห็นดารกาลงมือทำอาหารที่เป็นของชอบของทุกคนก็หมั่นไส้ บอกว่าไม่ต้องทำให้ตน เกรงจะใส่ยาพิษ ดารกาทำหน้าเศร้า รัดเกล้ากับธานีตำหนิแนนนี่ทำตัวไม่น่ารัก แนนนี่ยิ่งงอนเดินออกจากครัวไป รัดเกล้าถอนใจหันมาถามดารกา

    “น้องดา พี่ถามจริงๆว่า น้องดาเคยทำอะไรให้แนนนี่โกรธรึเปล่า”

    “น้องดาไม่ทราบค่ะ น้องดาก็อยู่ของน้องดาอย่างนี้ พี่เกล้าก็รู้จักน้องดามานาน”

    “นั่นสินะ หรือว่าแนนนี่จะอิจฉาที่น้องดาเรียนเก่งกว่า” รัดเกล้าครุ่นคิด

    “คงไม่หรอกค่ะ แนนนี่น่ะหัวดีจะตาย เสียแต่ขี้เกียจเท่านั้น”

    “แปลกจริงๆพี่ก็เห็นน้องดาแสนจะรักแล้วก็เอาใจแนนนี่...”

    ดารกาก้มหน้าจัดจานสลัด แต่สายตาแวววาวอย่างสะใจ ในขณะที่ธานีตามมาเอ็ดแนนนี่ ทำตัวไม่น่ารัก แนนนี่น้อยใจเดินออกไปหน้าบ้าน ภวัตสวนเข้ามา ธานีจึงขอให้ไปช่วยกำราบแนนนี่ ภวัตวิ่งตามแนนนี่ซึ่งกำลังกระฟัดกระเฟียดหน้างิกหน้างอ หันมาจ้อง

    “ตามมาทำไม ทำไมไม่ไปช่วยคุณดารกาคนดีทำกับข้าวล่ะ”

    “เป็นอะไรน่ะแนนนี่...” ภวัตมองอย่างตำหนิ

    “เป็นอสูร...” เห็นภวัตถอนใจอย่างรำคาญ แนนนี่ยิ่งน้อยใจ “รำคาญก็ไปสิ ไม่ได้บอกให้ตามมาซะหน่อย”

    ภวัตดึงมือแนนนี่ให้นั่งลง พูดอย่างอ่อนโยนว่าทำไมชอบคิดว่าตัวเองเป็นอสูร และอาละวาดอย่างอสูร ทำไมไม่ทำตัวดีๆ ทั้งที่ตัวอย่างก็มี แนนนี่หันมาจ้อง

    “อย่าบอกนะว่า ตัวอย่างคือดารกา”

    “พี่หมายถึงคุณอาปัทมน คุณแม่ของแนนนี่นั่นแหละ ท่านแสนจะสุขุม อ่อนโยน อ่อนหวาน ใครอยู่ใกล้ก็มีแต่สบายใจ”

    แนนนี่สลดลงและว่าตนเป็นอสูรจริงๆ ภวัตเอ็ดไม่ให้พูดถึงอสูรหรือแม่มด เพราะเราอยู่ในโลกมนุษย์ แนนนี่เงยหน้าขึ้นจะเถียงเป็นจังหวะที่ภวัตโน้มหน้ามาใกล้ หน้าทั้งสองใกล้ชิดกันจนเหมือนตกอยู่ในมนตร์สะกด สักพักต่างคนต่างผละออก นั่งนิ่งพูดอะไรไม่ออก ใจเต้นรัว

    ธานีตามเข้ามาในครัว ได้กลิ่นอาหารหอม จึงหยิบมาชิม ดารกาถามถึงแนนนี่ ธานีบอกไปตามตรงว่าภวัตกำลังอบรมอยู่ ดารกาชะงักหน้าเสีย รัดเกล้าถลึงตาใส่ธานีไม่ควรพูด...

    ปัทมนกลับมาถึง ทุกคนพร้อมหน้าบนโต๊ะอาหาร ทุกคนที่ทานอาหารบนโต๊ะ ต่างชมว่าฝีมือดารกาอร่อยทุกอย่าง แนนนี่หน้างอวางช้อนส้อม พะอืดพะอมจะอาเจียน ปัทมนหันมาถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร แนนนี่ตอบว่าไม่รู้ตนทานอะไรเข้าไป รู้สึกจะอาเจียน แล้วลุกขึ้นวิ่งออกไป ดารกาจะตามไปดู ธานีห้ามไว้ เขาไปเอง ดีกว่า...ธานีมาเคาะประตูห้องน้ำเรียก ได้ยินเสียงแนนนี่อาเจียน แนนนี่อาเจียนออกมาเป็นเส้นด้ายกลุ่มหนึ่ง

    “พี่ดา...พี่ดาต้องแกล้งฉันแน่ๆ”

    แนนนี่วิ่งกลับมาที่โต๊ะอาหารโยนเส้นด้ายลงตรงหน้าดารกา ต่อว่าเอานี่ให้ตนกินใช่ไหม

    “พี่ไม่รู้เรื่อง นี่มันด้ายนี่ แนนนี่ไปเอามาจากไหน...”

    “ก็จากไอ้ผัดเปรี้ยวหวานแสนอร่อยของทุกคนไง”

    ดารกาปฏิเสธว่าตนจะใส่ไปทำไม ปัทมนปรามแนนนี่ให้หยุด ทั้งจักรวาล ภวัต และรัดเกล้าต่างบอกว่า พวกตนก็ทานไม่เห็นมีอะไร แนนนี่เสียใจที่ทุกคนหาว่าตนโกหก ภวัตเอ็ดว่ารู้อยู่แก่ใจ แนนนี่ยิ่งโกรธดึงดารกาลุกขึ้น

    “พี่ดา...หยุดเสแสร้งได้แล้ว”

    ดารกาน้ำตาไหลร้องว่าตนเจ็บ ปัทมนทนไม่ไหวดุแนนนี่อย่างหนัก ภวัตดึงดารกามาโอบไว้ ดารการีบขอร้องอย่าดุน้อง แนนนี่ยิ่งโมโหร้องกรี๊ด “โอ๊ย...เกิดมาไม่เคยเห็นใครเสแสร้งเท่าพี่ดาเล้ย...คุณแม่ดุแนนนี่ คุณแม่เกลียดแนนนี่”

    แนนนี่ร้องไห้วิ่งออกไป ปัทมนหันมาขอโทษจักรวาลแล้วขอตัวไปสวดมนต์ ให้ธานีดูแลทุกคนแทน ดารกาสะอึกสะอื้นไหว้ขอโทษจักรวาล แล้วขอไปปรับความเข้าใจกับแนนนี่ ภวัตเตือนว่ารอให้อารมณ์แนนนี่ดีก่อนจะดีกว่า ทุกคนแยกย้ายกันกลับไป
    ooooooo

    เข้ามาในห้อง แนนนี่ร้องไห้เรียกหาทาฮิร่า ทาฮิร่าสะดุ้งตื่นเห็นชิกเก้นยืนแข็งทื่ออยู่ก็งงๆ ชิกเก้นร้องให้คลายมนตร์เสียที ทาฮิร่าร่ายมนตร์คลายให้ชิกเก้นก่อนจะพากันไปหาแนนนี่

    แนนนี่โผกอดทาฮิร่าร้องไห้ ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว ทาฮิร่าปลอบอยู่พักใหญ่ ดารกาแอบฟังอยู่หน้าห้องยิ้มอย่างสะใจ...ทาฮิร่าลูบผมแนนนี่พร่ำบอกให้ฟังตนพูดให้จบอย่าขัด

    “งั้นแนนนี่ก็พอจะรู้แล้วว่า ยายไม่เข้าข้างแนนนี่”

    “ไม่ใช่เรื่องเข้าข้างหรือไม่เข้าข้าง แต่ยายพูดอย่างเป็นกลางที่สุด”

    ชิกเก้นเปรยว่า ทาฮิร่ามีส่วนที่เป็นสาระเหมือนกัน ทาฮิร่ากระแอมใส่ ถามแนนนี่พร้อมจะฟังไหม แนนนี่พยักหน้าทั้งน้ำตา

    “ข้อแรก...คุณแม่ปัทมนรักแนนนี่มาก และรักไม่น้อยไปกว่าน้องดา ที่คุณแม่โกรธก็เพราะแนนนี่ไม่ยอมฟัง

    ท่าน  ยายเองก็คิดเหมือนคุณแม่ว่าน้องดาไม่ได้แกล้งหนู”

    “แล้วด้ายนั่นมาจากไหนล่ะคะ...”

    “ยายก็ไม่รู้ มันอาจเป็นเรื่องบังเอิญ เพราะถ้าน้องดาใส่ด้ายนั่นเข้าไปในกับข้าว ทำไมไม่มีใครเห็น หรือว่าแนนนี่เห็น ว่าไง...แนนนี่เห็นรึเปล่า”

    แนนนี่ส่ายหน้าแต่ยังข้องใจ ทาฮิร่าว่า ด้ายนั่นอาจจะมาจากพวกอสูรหรือบาบาร่าก็ได้ แนนนี่ถอนใจ อยากรู้ว่าตนเป็นอสูรหรือแม่มดกันแน่ แนนนี่พร่ำรำพัน

    “แนนนี่จะยอมแลกทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตเพื่อให้ได้พบพ่อกับแม่ที่แท้จริง แนนนี่อยากจะถามว่า ตกลงแนนนี่เป็นใคร แล้วแนนนี่ทำผิดอะไรถึงได้ทอดทิ้งแนนนี่”

    ชิกเก้นพลอยน้ำตาไหล ทาฮิร่ากอดปลอบว่าแนนนี่เป็นหลานตนและเป็นลูกของปัทมน แล้วยังเตือนให้ไปขอโทษปัทมน...แนนนี่ปาดน้ำตา รู้สึกสบายใจขึ้นเดินออกไปเคาะห้องปัทมน แนนนี่กราบขอโทษปัทมนและบอกว่าตนรักแม่ที่สุดในโลก ปัทมนกอดตอบ

    “แม่จะไม่ขอร้องให้แนนนี่รักหรือญาติดีกับพี่ดา แต่แม่อยากขอให้แนนนี่ใช้เหตุผลก่อนที่จะโกรธพี่เขา แนนนี่พอจะทำให้แม่ได้ไหมลูก”

    “แนนนี่ก็จะไม่โกหกคุณแม่เหมือนกัน ว่าแนนนี่จะรักใคร่กลมเกลียวกับพี่ดา เพราะแนนนี่คงทำไม่ได้  แต่แนนนี่สัญญาว่า ต่อไปจะพยายามอดทน อดกลั้น และใช้เหตุผลก่อนที่จะทะเลาะกับพี่ดา ถ้าห้ามใจไม่ไหวจริงๆ แนนนี่

    จะหนีไปให้ไกลๆจะได้ไม่ต้องปะทะกันให้คุณแม่กลุ้มใจ...”

    ปัทมนขอบใจแนนนี่ แค่นี้ตนก็ดีใจแล้ว สองแม่ลูกกอดกันกลม...แนนนี่กลับมานอนกระสับกระส่าย จนตะเกียงรำคาญไล่ให้ออกไปนอนข้างนอก แนนนี่ออกมานอนในห้องก็นอนไม่หลับ ชิกเก้นจึงเปรยๆว่า ถ้ายังมีอะไรค้างคาใจก็ไปจัดการเสียให้เสร็จ แนนนี่จึงหายตัวแวบไป ปรากฏตัวขึ้นในห้องภวัต เธอเข้าไปเขย่าปลุกภวัต เขาตื่นขึ้นมาสะดุ้งถอยหนีก่อนจะเอ็ด

    “แนนนี่...นี่มันดึกแล้วนะ”

    “แนนนี่คงนอนไม่หลับไปอีกหลายคืน ถ้าไม่ได้เคลียร์กับพี่ภวัต”

    ภวัตขอให้เคลียร์พรุ่งนี้เช้า แนนนี่ไม่ยอม ภวัตเริ่มหงุดหงิดเพราะยังโกรธเรื่องเมื่อเย็น

    “แนนนี่ข้องใจเรื่องการ์ด แนนนี่ให้พี่ภวัตไปแล้ว ทำไมมาอยู่ที่ห้องแนนนี่อีก”

    ภวัตเองก็ไม่รู้ เขาไล่แนนนี่กลับ “มีผู้หญิงดีๆที่ไหนบ้างที่เข้ามาอยู่ห้องผู้ชายดึกๆดื่นๆ”

    แนนนี่ย้อนว่าตนนี่ไง ภวัตอ่อนใจดึงผ้าห่มมาคลุมนอนอย่างไม่สนใจเธออีก แนนนี่ไม่พอใจประกาศว่าจะนั่งอยู่อย่างนี้ทั้งคืนจนกว่าเขาคุยกับตน ภวัตจึง

    ถามว่า ไม่แคร์ว่าใครจะมองไม่ดีแม้แต่ปัทมนหรือ แนนนี่ชะงักก่อนจะกลายเป็นควันหายไป...กลับมานอนถอนใจเฮือกๆ ในตะเกียงแก้วตามเดิม

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น บุษบาเซ้าซี้ให้ไชยไปคุยกับภวัต ทำนองเร่งให้มาขอตนแต่งงาน เพราะภวัตคงจะเกรงใจไชยอยู่บ้าง อีกอย่างตนไม่ไว้ใจดารกาและแนนนี่... ไชยกับบุษบาจึงมาที่บ้านจักรวาล บาบาร่ายกน้ำหวานสีม่วงอ่อนๆมาเสิร์ฟให้ ทั้งสองมองอย่างแปลกใจ จักรวาลจึงอธิบายว่า บานเย็นมีอาหารคาวหวานและน้ำแปลกๆ แต่อร่อยมาให้พวกตนทานเป็นประจำ

    บานเย็นมาเคาะประตูเรียกภวัตว่ามีแขกมารอพบ ภวัตถามว่าเห็นการ์ดในห้องของเขาบ้างไหม บานเย็นส่ายหน้าเชิดๆ บอกเห็นแต่ดอกกุหลาบ ภวัตครุ่นคิด ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีใครนอกจากแนนนี่เอง...ภวัตลงมาคุยกับไชย บุษบาขอไปเยี่ยมเยียนดารกากับแนนนี่ ก้าวออกจากประตูรั้วบ้านภวัต บุษบายกมือภาวนาขอให้ไชยเจรจาสำเร็จ แล้วตนจะถวายของต่างๆนานา แนนนี่ยืนมองขำๆถามว่าไหว้สัมภเวสีหรือ บุษบาลืมตามาเจอแนนนี่ก็โกรธ สบถว่าเด็กบ้า

    ไชยเริ่มเจรจากับภวัต “เพื่อนๆ ญาติพี่น้องทั้งสองฝ่ายก็รู้กันหมด อีกทั้งอายุอานามทั้งสองคนก็พอสมควร ผมเลยเห็นว่าน่าจะลงเอยกันเสียทีดีมั้ย”

    ภวัตขยับตัวอย่างอึดอัด ไชยจึงพูดขำๆว่า “ความจริงเรื่องอย่างนี้ฝ่ายชายควรจะเป็นฝ่ายพูด ไม่ใช่ฝ่ายหญิง แต่ผมเห็นว่าเราสนิทกันจนเหมือนญาติ หมออาจจะมัวสนุกอยู่กับงานจนลืมคิดไปว่า ผู้หญิงอายุมากขึ้นทุกวัน เขาก็อยากจะให้เป็นครอบครัวกันเสียที กลัวแก่ว่างั้นเถอะ เดี๋ยวจะมีลูกยาก”

    “ผมยังไม่พร้อมจะมีใครครับ...เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่”

    “หมายความว่า หมอจะไม่แต่งงานกับน้องสาวผม”

    “คือ...ผมไม่เคยคิดกับบุษมากเกินกว่าความเป็นเพื่อนเลยครับ”

    “อ้อ งั้นหมอก็หาว่ายัยบุษคิดไปเอง”

    “ผมไม่ทราบครับ แต่เท่าที่จำได้ ผมไม่เคยแสดงท่าทีอะไรให้บุษบาเข้าใจผิด”

    ไชยโมโหจ้องภวัตเขม็ง...ในขณะที่บุษบากำลังพูดยั่วดารกาว่า ที่มาวันนี้ เพราะภวัตคุยกับไชยอยู่ “เขาจะบอกกับพี่ไชยว่าเขารักพี่บุษ และพร้อมจะแต่งงานกับพี่บุษแล้ว แถมยังสนับสนุนให้พี่ไชยหมั้นกับน้องดาก่อน พอเรียนจบก็จะได้แต่งงานกันเลย”

    ดารกาโต้ว่าตนหมั้นและแต่งงานกับใครไม่ได้ นอกจากภวัตคนเดียว บุษบาสีหน้าเครียดทันที “งั้นเธอก็คงยังไม่ได้เปิดดูของขวัญที่พี่ไชยให้ล่ะสิ พี่ว่าก่อนที่จะพูดอะไร น้องดาควรไปดูของขวัญนั่นเสียก่อน”

    ดารกาวิ่งกลับขึ้นมาบนห้อง เปิดดูถุงที่ภวัตให้เมื่อวันติวหนังสือ เห็นกล่องของขวัญพร้อมการ์ดข้อความว่า ให้เป็นของขวัญที่สอบได้เกรด 4 และอยากจะเลี้ยงข้าวสักมื้อ ดารกาตาวาวด้วยความโกรธ...แนนนี่เห็น

    ดารกาวิ่งเข้าห้อง จึงลงมายั่วบุษบาแทน พูดจากระทบกระเทียบกันสักพัก แนนนี่แกล้งเสกหนอนเต็มตักบุษบา เธอร้องกรี๊ดๆ จนป้าผาดกับพรวิ่งออกมามองงงๆ

    ภวัตยังยืนยันกับไชยว่าเขาชัดเจนในการคบกับบุษบา ไชยโกรธมาก บุษบาวิ่งร้องไห้มาฟ้องว่าโดนแนนนี่แกล้งทำคุณไสยใส่ให้จัดการลงโทษ ไชยหาว่าบุษบาตาฝาดไปเองแล้วประกาศจะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก ก่อนจะดึงน้องสาวกลับ จักรวาลได้ยินเสียงเอะอะ ออกมาถามภวัตว่าเกิดอะไรขึ้น ภวัตถอนใจก่อนจะบอกว่าไชยโกรธ ตนคงต้องย้ายโรงพยาบาลแล้ว จักรวาลงง...

    ภวัตมาที่บ้านแนนนี่ สีหน้าเคร่งเครียด “พี่มีเรื่องจะพูดด้วย”

    แนนนี่รู้แกวบ่นอุบ “แก่จะตายแล้วยังขี้ฟ้องอีก”

    “ไม่เอาเปรียบมนุษย์ไปหน่อยหรือไง ที่ไม่พอใจอะไรก็ใช้เวทมนตร์”

    “แนนนี่ไม่เคยทำร้ายใครก่อน”

    “ไหน คุณบุษเขาทำอะไรเธอ”

    “พูดไปก็ไม่มีประโยชน์  เพราะพี่ภวัตต้องเข้าข้างเขาอยู่แล้ว” แนนนี่ลุกขึ้นจะเดินหนี

    ภวัตจับแขนไว้บีบแน่น แนนนี่มองอย่างเย็นชาบอกให้ปล่อย ภวัตยืนกราน

    “ไม่ จะเสกไฟเผามือพี่ก็เชิญสิ”

    แนนนี่เม้มปากแน่น ดารกายืนมองมาจากข้างบน ตาวาวด้วยความไม่พอใจ พลันเกิดประกายไฟที่มือภวัต จนเขาสะดุ้งปล่อยแขนแนนนี่ร้องโอ๊ย...แนนนี่ตกใจเห็นมือเขาพอง

    “แนนนี่ไม่ได้ทำนะคะ พี่ภวัต”

    “เธอไม่ได้ทำแล้วใครจะทำ ในเมื่อที่นี่มีแต่เธอกับพี่สองคน” แนนนี่มองไปรอบๆ ภวัตถาม “มีใครหรือเปล่าล่ะ”

    “แนนนี่ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่ได้ทำ” แนนนี่เสกให้รอยไหม้ที่มือภวัตหายไป

    ภวัตมองแนนนี่ด้วยความผิดหวังก่อนจะเดินไป แนนนี่วิ่งตามมาจับแขนเขาไว้ ภวัตบอกให้ปล่อย แนนนี่เห็นสายตาเย็นชาของเขาใจหายวาบ น้ำตาคลอ

    “แนนนี่ไม่ได้ทำจริงๆ”

    “ก็ได้ พี่ทำเอง” ภวัตเดินจากไป

    แนนนี่น้ำตาไหลพราก เดินกลับขึ้นมาข้างบน ดารกาทำหน้าตกใจถามว่า ร้องไห้ทำไม

    “ไม่ต้องมาจ๊ะ มาจ๋า...”

    “ใครทำอะไร บอกพี่ดามาเถอะ”

    “แล้วไง พี่ดาจะได้สมน้ำหน้าแนนนี่ใช่มั้ยล่ะ”

    “โธ่...” ดารกาถอนใจ

    “หยุด ไม่ต้องมาทำเป็นถอนใจตีหน้าเศร้าเลย จะบอกให้ก็ได้ว่า แนนนี่ไม่เคยซาบซึ้งซักนิด ยัยเฟค...” แนนนี่สะบัดหน้าวิ่งเข้าห้องไป

    ดารกามองตาม สีหน้าเปลี่ยนเป็นนิ่ง สายตามีเลศนัย...

    คืนเดียวกัน ขณะที่จักรวาลนั่งดูทีวีอยู่ ดารกาเดินเข้ามาขอพบภวัตเพราะเห็นแนนนี่ร้องไห้ เข้าใจว่าคงโดนภวัตดุเอา จักรวาลจะขึ้นไปตามให้ ดารกาเกรงใจจะกลับ จักรวาลรีบบอกว่าตนจะขึ้นไปเตรียมการสอนพอดี ดารกาจึงยิ้ม

    “ถ้าไม่รบกวนคุณลุง น้องดาก็ขอบคุณมากค่ะ”

    ก่อนไปจักรวาลอดชื่นชมไม่ได้ “หนูนี่เป็นเด็กดีจริงๆคุณแม่ต้องภูมิใจในตัวหนูแน่...”

    ดารกายิ้มอย่างอ่อนหวาน จักรวาลมาเคาะประตูเรียกภวัตให้ลงไปพบดารกา ภวัตเปรย

    “คงจะเรื่องแนนนี่”

    “แกนี่ชอบทะเลาะกับเด็ก”

    “ผมไม่ได้ทะเลาะ แล้วแนนนี่ก็ร้ายเกินเด็ก”

    “นั่นแหละ เขาเรียกว่าทะเลาะ...น้องดานี่เป็นเด็กดีจริงๆนะ เด็กสมัยใหม่จะหาเรียบร้อยอ่อนหวาน มีเมตตาอย่างนี้ยาก แถมยังเรียนเก่งแล้วก็สวยอีก”

    ภวัตยิ้มๆจักรวาลย้ำว่าตนอยากให้เขาเลือกดารกา ภวัตไม่ตอบอะไรเดินเลี่ยงลงไป...พอเจอดารกาก็ถามดักคอว่ามาแก้ตัวให้แนนนี่หรือ ดารกายิ้มแหยๆ

    “น้องดาเห็นแนนนี่เสียใจมากน่ะค่ะ เลยสงสารน้อง พี่ภวัตอย่าโกรธแกเลยนะคะ”

    “เด็กดื้ออย่างแนนนี่ต้องถูกลงโทษบ้าง”

    “แค่นี้แกก็เสียใจมากพอแล้วค่ะ”

    “น้องดา...ที่แนนนี่เป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะน้องดาใจอ่อน แนนนี่จะแผลงฤทธิ์ขนาดไหน ก็ไม่เคยถือสา”

    ดารกาน้ำตาคลอ “พี่ภวัตอย่าตำหนิน้องดา

    เลยค่ะ น้องดามีพี่ชายคนเดียว แล้วก็มีน้องสาวคนเดียว จะไม่ให้น้องดารักทั้งสองคนมากได้ยังไงล่ะคะ”

    ภวัตมองดารกาอย่างอ่อนใจ ขอให้เธออยู่ห่างๆ แนนนี่เวลาโมโห เพราะอารมณ์แนนนี่ค่อนข้างรุนแรง ดารการับปากว่าจะพยายาม...

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ปีเตอร์ได้รับรถสปอร์ตรุ่นใหม่จากพ่อแม่ที่ยังอยู่ต่างประเทศ แถมยังมีเครื่องประดับชุดทับทิม ที่พ่อกับแม่บอกว่าตนขอไป ปีเตอร์งงว่าตนขอทั้งสองอย่างนี้ตอนไหน แต่ก็ดีใจ จึงคิดว่าจะไปอวดแนนนี่ที่มหาวิทยาลัย เขาแวะซื้อช่อดอกกุหลาบไปให้ด้วย

    ทุกคนที่พบเห็นต่างมองความสวยหรูของรถ แต่ลับหลังปีเตอร์ก็ซุบซิบนินทาในความขี้โอ่ ขี้เก็กของเขา...ปีเตอร์เดินตรงมาหาแนนนี่และมอบช่อดอกไม้ให้ต่อหน้าเพื่อนๆ แนนนี่รับมาแล้วยื่นให้เพื่อนชื่อจอยพร้อมกับกล่าว...แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ปีเตอร์หน้าเหวอ เศร้าลงทันที

    ตกเย็น  ปัทมนกลับมาถามพรว่าดารกากับ แนนนี่กลับมากันแล้วหรือ พรรายงานว่าแนนนี่ยังไม่มา ปัทมนแปลกใจเพราะเห็นรถจอดอยู่แล้ว พรรีบบอกว่าแนนนี่ให้คนรถไปเอารถกลับมาจะกลับกับปีเตอร์

    ปัทมนตกใจ

    “ทำไม...เฮ้อ...ฉันสั่งห้ามแล้วเชียวนะ” ปัทมนรีบร้อนขึ้นห้อง

    ป้าผาดแปลกใจทำไมปัทมนต้องไม่พอใจ พรเห็นด้วยเพราะตัวเองก็ใจไม่ดี...ปัทมนเข้ามาในห้องร้องเรียกทาฮิร่า สักครู่ก็ได้ยินเสียงโครมที่ระเบียง เธอรีบออกไปดู เห็นทาฮิร่ากำลังเหนี่ยวราวระเบียงอยู่ ก็ปรี่เข้าไปช่วยดึงขึ้นมา ทาฮิร่าบ่น

    “เฮ้อ...ค่อยยังชั่ว กะระยะผิดไปหน่อยเดียว...หนูเรียกยายมาทำไม”

    “แนนนี่ค่ะ แนนนี่ไปกับปีเตอร์อีกแล้ว”

    “หา...แนนนี่ไปกับเปอร์ตี้ ตายล่ะ ทำไมถึงไม่รู้จักหลาบจำบ้าง แล้วนี่ไปไหนก็ไม่รู้”

    “จะทำยังไงดีล่ะคะ หนูละกลุ้มใจเหลือเกิน”

    ทาฮิร่าขอเวลาคิดสักนิด...

    ในขณะที่แนนนี่นั่งรถปีเตอร์มาบนถนนสายหนึ่ง บรรยากาศร่มรื่น ปีเตอร์หยิบถุงเครื่องประดับมามอบให้เป็นของขวัญเนื่องในโอกาสที่ไม่ค่อยได้พบกัน แนนนี่ทำหน้างงๆ

    “ไม่รู้สิ ไม่กี่วันมานี่ ปีเตอร์รู้สึกแปลกๆเหมือนจะหลับๆตื่นๆ...”

    แนนนี่ดีใจตบไหล่ปีเตอร์ “เย้ ขอต้อนรับกลับโลก...ปีเตอร์เป็นปกติแล้ว”

    “อ้าว...แล้วปีเตอร์เป็นอะไร...”

    “เป็นเด็กอสูร...เป็นอันว่าแนนนี่จะรับของขวัญของปีเตอร์ เพื่อฉลองที่แนนนี่ได้เพื่อนกลับมา” ปีเตอร์สลดลงที่เป็นได้แค่เพื่อน แต่พอเปิดกล่องออกดูแนนนี่เห็นเป็นเครื่องประดับราคาแพง เธอก็รีบส่งคืน “แนนนี่ไม่รับของขวัญราคาแพง”

    “แพงที่ไหน ล้านกว่าๆนิดหน่อยเอง”

    แนนนี่ไม่เอา ปีเตอร์จึงขอร้องให้เลือกไว้ชิ้นหนึ่งก็ยังดี แนนนี่ยอมเลือกชิ้นเล็กๆไว้

    ooooooo

    ร้อนใจจนต้องมาปรึกษาภวัต ภวัตยิ่งหงุดหงิดที่แนนนี่ไม่รู้จักเข็ดหลาบ ทาฮิร่าไม่พอใจที่มาว่าหลานตน แต่ภวัตย้อนว่าแค่นั้นไม่พอ น่าจะลงโทษให้หนักด้วย

    “หนอยแน่ะ นายภวิต...”

    ภวัตโต้ว่าเขาชื่อภวัต สองคนเถียงกันไปมาสักพัก ภวัตโกรธเชิญให้เธอกลับไป

    “ไม่ จนกว่าเธอจะช่วยไปตามหาหลานฉัน”

    “ขอประทานโทษ คุณยายเป็นแม่มดนะครับ ส่วนผมเป็นมนุษย์ แม่มดที่ไหนมาขอความช่วยเหลือ จากมนุษย์”

    ทาฮิร่าโต้ว่าอะไรก็ต้องมีครั้งแรกทั้งนั้น ภวัต

    อ่อนใจจะให้ตนไปตามที่ไหน ไม่ทันไร ทั้งสองได้ยินเสียงแตรรถ จึงมาชะโงกหน้าตรงหน้าต่าง เห็นรถปีเตอร์มาส่งแนนนี่

    “ไหนล่ะครับที่คุณยายว่าหลานสาวตกอยู่ในอันตราย นั่งหน้าระรื่นอยู่ข้างอสูรเสียด้วย”

    ทาฮิร่าถามว่าเห็นหน้าแนนนี่ด้วยหรือ ภวัตส่ายหน้าตอบว่าเดาเอา ทาฮิร่าอ่อนใจ

    ปัทมนโผกอดแนนนี่ เมื่อเห็นกลับมาอย่างปลอดภัย ธานีตำหนิแนนนี่แล้วเชิญให้ปีเตอร์กลับบ้านไปได้ แนนนี่ต่อว่าธานีที่มาไล่เพื่อนตน ปัทมนต้องช่วยไกล่เกลี่ยว่าดึกแล้ว ดารกายืนยิ้มจนธานีทักว่าไม่เห็นพูดอะไรบ้าง ดารกามองแนนนี่ที่เดินขึ้นข้างบนไปกับปัทมน แล้วบอกธานีว่า ช่วงนี้แนนนี่ไม่ค่อยชอบตน ธานีโวยไม่ชอบได้อย่างไร เรามีกันสามคนพี่น้องเท่านั้น...

    แนนนี่ถูกปัทมนกับทาฮิร่าอบรมยกใหญ่ แนนนี่พยายามบอกว่าตนรู้ว่าตอนไหนปีเตอร์โดนอสูรสิง

    ตอนไหนไม่โดน ชิกเก้นฟังแนนนี่เถียงแล้วบ่น เวรก๊ำ... เวรกรรม

    ไม่ทันไร ไชยโทร.มาหาดารกาว่าพรุ่งนี้จะไปรับที่มหาวิทยาลัย ดารกาบ่ายเบี่ยงอย่างไรก็ไม่ฟัง เอาเรื่องที่ยืมเงินมาขู่ ดารกาสีหน้าโกรธขึ้ง...พอไชยเดินมาเข้าลิฟต์ จึงโดนอสูรในร่างสดับมาหลอกและสั่งไม่ให้ยุ่งกับดารกาอีก ไชยตกใจมาเล่าให้บุษบาฟัง ว่าตนเจอผี บุษบาว่าไม่มีผี คงเป็นคนที่ดารกาจ้างมา ไชยชักเห็นด้วย

    วันรุ่งขึ้น ดารกาเดินมาขึ้นรถไชยที่จอดรอรับ ไชยต่อว่าเรื่องคนที่จ้างมาขู่เขา ดารกาทำหน้าไม่รู้เรื่องไชยพาดารกามาที่บ้าน ดารกาสีหน้าอึดอัด ไชยซักไซ้ว่าเงินที่ยืมตนไปเอาไปทำอะไร ดารกาตอบว่าไม่จำเป็นที่ตนต้องบอก ไชยพอระแคะระคายบางอย่างมาจากบุษบา จึงพูดว่า

    “น้องดาเอาเงินไปให้ผู้ชายคนที่พี่เห็นเมื่อคืน ใช่ไหม” เห็นดารกานั่งนิ่ง จึงพูดต่อ “พาพี่ไปพบเขาหน่อยสิ...พี่อยากรู้จักพ่อตาแม่ยายในอนาคตไม่ได้หรือ”

    ดารกาจึงพาไชยมาที่บ้านสดับ ไชยรู้สึกวังเวงน่ากลัว ไม่ทันไร ดารกาก็หายตัวไป...

    ooooooo

  • ร่วมแสดงความเห็น
    ชื่อ :
      
    ตัวเลขจากภาพ :
      
    ความเห็น :
      • #7
        มัดหมี่ [219.25.99.xx] เมื่อ 1 ปี 11 เดือนที่ผ่านมา
        แนนนี่น่ารักมากกกกกกกก
      • #6
        nan-nat2511@hotmail.com [180.180.202.xx] เมื่อ 2 ปี 3 เดือนที่ผ่านมา
        แนนนี่น่ารักสุดๆแต่ดารากาไม่น่ารักเลย
      • #5
        กุ๋ยช่ายยยย [203.144.130.xx] เมื่อ 2 ปี 5 เดือนที่ผ่านมา
        ใกล้อวสานแล้ว หุหุ ตื่นเต้น
      • #4
        นางสาว ไลลา เจ๊ะอีแต [118.173.193.xx] เมื่อ 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา
        ชอบดูอสูรน้อยในตะเกียงแก้วมากค่ะ
      • #3
        ส้ม [182.93.169.xx] เมื่อ 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา
        ชอบละครอสูรน้อยในตะเกียงเเก้วมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
      • #2
        ตาล [182.93.169.xx] เมื่อ 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา
        โหยาวมากเลย(ความคิดเห็นที่1)
      • #1
        som [61.90.45.xx] เมื่อ 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา
        หนูชื่อ พิมค่ะ อยู่มหาลัยแล้ว แต่ก่อนมีรูปร่างที่ไม่พอใจพยายามลดน้ำหนักด้วยวิธีธรรมชาติอออกกำลังกายบ้างแต่ค่อนข้างยากทีเดียวเลย ลองกินยาลดน้ำหนัดแต่ผลตอบรับเกือบตายเลยค้ะเลยลองไปปรึกษากับรุ่นพี่ที่คณะ เค้าบอกว่าน้องเค้าขายพวกอาหารเสริมลดน้ำหนักไม่ใช่ยานะ อยากลองทานดูมั้ย พิมก็กลัวไม่กล้าซื้อนะ แต่เค้าก็ย้ำว่ามันคืออาหารเสริมลดน้ำหนักไม่ใช่ยาลดน้ำหนักก็เลยลองสั่งซื้อกินดู พิมก็ไม่รู้วิธีการกินวันที่สั่งซื้อน้องเค้าโทมาหาบอกวิธีการกิน แล้วคอยให้คำแนะนำตลอดการกินของพิมเลยพิมก็ทำตามพอได้ 2 อาทิตย์ แทบไม่เชื่อตัวเองลด 3 โลเนะ! แทบไม่เชื่อพอลดปุบก็เลยนึกถึงผลข้างเขียงว่าเป็นไรรึเปล่า แต่กลับไม่เป็นไรเลยไม่ทำให้ดูโทรมด้วยค้ะ พิมดีใจมากเลยกับผลตอบรับนี้ ในเมื่อมีวิธีที่ดีเลยอยากจะบอกต่อกัน น้องเค้าชื่อน้องแอนค้ะ เบอร์ติดต่อน้องเค้า 083-7555335 น้องเค้ามีเว็ปไซด์ด้วยนะค้ะ www.slendsure.คอม/users/033303 (ต้องเปลี่ยน คอม