• Breaking News 
  •  
  •  
  • เปิดใจกับ "นุ่น ศิรพันธ์" กับบทบาท ปรียา ใน "Home"

    เรื่องนี้โดนใจขอไลค์หน่อย 1,515 Views | 29 Feb 2012 17:31

    ในเรื่อง Home นุ่นรับบทเป็นปรียาค่ะ ปรียาโดยพื้นเพแล้วเป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่เชียงใหม่เรียนหนังสือที่เชียงใหม่มีสังคมมีเพื่อน พอถึงจุดๆ นึงต้องย้ายไปเรียนที่กรุงเทพแล้วก็ไปพบรักกับเสี่ยเล้งที่เป็นเจ้านายเรา เหมือนไปทำงานให้เค้าแล้วก็ไปรักกับเค้า สุดท้ายก็กลับมาแต่งงานที่เชียงใหม่ 

     

    ลึกๆ แล้วตัวปรียาเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะวิตกจริตง่ายกังวลคิดมากเพราะว่าโดยพื้นฐานน่าจะเกิดจากการที่อยู่กับน้องแค่สองคนแล้วโตมากับญาติๆ ก็เลยเป็นพวกที่คิดเล็กคิดน้อยคิดมากคิดฟุ้งซ่านแต่งเติมเองตลอดเลย ในเรื่องนี้ใครพูดอะไรหน่อยก็เอากลับมาคิด ใครแสดงท่าทางกริยาที่เราระแวดระวังก็เอากลับมาคิด มันจะเป็นอย่างนั้นไหม อย่างนี้ไหม มันจะดีหรอ อะไรประมาณนี้ค่ะ ไม่ค่อยจะมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเท่าไหร่ เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในงานแต่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง


    ทำไมถึงตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้

    ง่ายมากไม่ต้องใช้เวลาในการตัดสินใจอะไรมากมายหรือนานเลย จริงๆ นุ่นรู้จักกับมะเดี่ยวเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว นุ่นเคยเอาบทหนัง ทรีทเมนท์หนังไปให้มะเดี่ยวช่วยคอมเม้นท์ พอคุยไปคุยมาอ้าวเป็นคนเชียงใหม่เหมือนกันเหรอเนี่ย (พูดเหนือ) แล้วมะเดี่ยวก็มาเรียนที่เชียงใหม่ตั้งแต่เด็ก แต่นุ่นเหมือนมาอาศัยเชียงใหม่เขาเกิด ไปๆ มาๆอยู่หลายที่มากพอรู้ว่าเป็นคนบ้านเดียวกันก็เลยคุยกันถูกคอ อายุก็เท่ากันก็เลยเริ่มจากความเป็นเพื่อนมาก่อน แล้ววันนึงมะเดี่ยวก็บอกว่า “นี่เธอฉันมีบทนึงเธอต้องอินแน่ๆ เลย” แล้วมะเดี่ยวก็โทรมาอีกทีเพื่อจะคุยเรื่องบทให้ฟัง แต่นุ่นยังไม่ทันฟังก็โอเคเล่นเลย เพราะส่วนตัวอยากทำงานกับมะเดี่ยวอยู่แล้วค่ะ 


    อ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรกรู้สึกยังไงบ้าง

    อ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรกเป็นบทที่ยังไม่ได้เต็มสมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังเป็นร่างเลย ตอนได้อ่านครั้งแรกอยู่ๆ ก็นั่งร้องไห้ ตอนอ่านทรีทเม้นท์แล้วนั่งร้องไห้คนเดียว อินมาก รู้สึกว่ามันเขียนจากตัวคนจริงๆ เวลาคนที่ชีวิตจริงยังไม่เคยแต่งงาน ยังไม่เคยอยู่ในโมเม้นท์ที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงาน แต่ว่าบทมันสะท้อนถึงความคิดความกังวลของคนที่คิดมาก คิดไปเองวิตกจริตกับทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง จากเรื่องเล็กมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งที่ชอบจากบทที่ทำให้เราร้องไห้คือว่า ในมุมมองความรักของเรื่องนี้มันลึกซึ้ง มันไม่ใช่ความรักที่แบบในหนังพระเอกกับนางเอกมาเจอกันแล้วบอกนางเอกว่าผมรักคุณนะ แค่กอดเองด้วยซ้ำมันยังไม่มีคำว่ารักเลย แต่ทุกคำพูดมันมีความลึกซึ้งอยู่ เป็นคนจริงๆ อ่านแล้วก็นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวที่บ้าน ไม่ผิดหวังเลยที่ไม่ได้ทันฟังมะเดี่ยวเล่าบทให้ฟังแต่แรก คือคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่เล่น


    แล้วพอมาเล่นจริง มีความแตกต่างหรือติดขัดอะไรจากที่คาดหวังเอาไว้บ้างไหม

    มีค่ะ ตอนมาเล่นก็จะมีติดขัดจุดที่สำคัญเลยคือเรื่องของภาษา ถึงนุ่นจะเกิดที่เชียงใหม่แต่ก็ไม่ได้ฝึกอู้คำเมืองมาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นนุ่นก็จะไม่สามารถพูดสำเนียงที่ถูกต้องได้จริงๆ มันไม่ใช่แบบเชียงใหม่แท้ๆ เพราะนุ่นก็ไปโตลำปางมั้ง ไปโตที่พะเยาะบ้าง ตอนเด็กๆ ต้องไปอยู่หลายจังหวัดมากแล้วสำเนียงต่อให้เหนือเหมือนกันแต่แต่ละจังหวัดก็จะมีสำเนียงที่ไม่เหมือนกัน เราไปอยู่ตรงไหนก็ไปฟังสำเนียงที่โน้นทีที่นี่ทีแล้วก็เอามาผสมกันมั่วไปหมด แต่เล่นเรื่องนี้ต้องการสำเนียงแบบคนเชียงใหม่จริงๆ เพราะมะเดี่ยวก็เป็นคนเชียงใหม่แท้ๆ เพราะฉะนั้นหูเขาจะไวมากว่าอะไรใช่ไม่ใช่ คำไหนที่เพี้ยนไป 

     

    วันแรกที่นุ่นมาเล่นเครียดมากพูดคำเดียวก็ยังไม่ผ่านเลย 10 กว่าเทคได้มั้ง มันก็เลยกลายเป็นความกังวล พอเล่นเราก็จะพะวงทั้งสองอย่างไหนจะความรู้สึกของตัวละคร ไหนจะต้องออกสำเนียงให้ได้อีก แยกประสาทกันน่าดู อันนี้เลยล่ะที่นุ่นถือว่าเป็นอุปสรรคที่สุดสำหรับการเล่นเรื่องนี้ แต่ว่าก็ต้องพยายามไม่ให้มันเกิดความเครียดไม่งั้นเราก็จะเล่นไม่ได้


    ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ร่วมงานกับเจมส์เลยหรือเปล่า แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

    พี่เจมส์ก็เป็นผู้ชายตัวสูงมาก เคยเห็นในทีวีก็ว่าสูงแล้วนะแต่ตัวจริงสูงมาก แล้วก็นุ่นจะเกร็งเพราะนุ่นเคยดูพี่เจมส์เขาเล่นละครเวทีมาก่อนด้วย คือมันรู้สึกได้อย่างนึงเลยว่าคนที่เล่นละครเวทีมาก่อน นุ่นรู้สึกว่าต้องเป็นคนที่เก่งมากทุกอย่างมันสดมันใช้พลัง ใช้สมาธิสูง นุ่นเลยกังวลเครียดว่าเขาจะโอเคกับเราไหม เรายังเด็กอยู่เลยชั่วโมงบินเรายังน้อย แต่พี่เจมส์นี่ผ่านมาหมดแล้วทั้งละครเวที ละครทีวี นักร้อง ศิลปินตัวจริง แต่พี่เจมส์เขาเป็นคนโอเคมากยิงมุกปล่อยมุกตลอดเลย ตอนแรกๆ ที่พี่เจมส์เล่นมุกในกองเราก็ยังขำไม่ออกนะ ไม่รู้ว่าจะอารมณ์ไหนดี จะขำก็ไม่กล้าหน้าตาพี่เจมส์ก็จริงจังมาก (หัวเราะ) ตอนนั้นเดินทางมาเชียงใหม่พร้อมกันไง แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าพี่เจมส์ก็เป็นคนตลกนี่หว่า มาตอนหลังแกก็ไม่เลิกเล่นมุขนะ ทุกคนก็เลยรู้สึกเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น ที่นี้ก็ฮากันทั้งกองเลย การทำงานมันเลยง่ายขึ้นไม่มีอะไรต้องเกร็งมากอย่างที่เราคิด


    มีฉากไหนที่ได้ร่วมงานกับพี่เจมส์แล้วรู้สึกประทับใจมาก

    จริงๆ ประทับใจทุกฉากเลย แต่มีอยู่ฉากนึงที่ตอนที่นุ่นอ่านบทแล้วร้องไห้เลย เป็นฉากที่เสี่ยเล้งซึ่งแสดงโดยพี่เจมส์นี่แหละ เสี่ยเล้งเขาพูดความรู้สึกของตัวเองบ้างหลังจากที่เราจะแทบไม่ได้เห็นเสี่ยเล้งแสดงอาการอะไรออกมาเลยตลอดทั้งเรื่อง มันมีความประทับใจในตัวบทมากกว่า มันมีประโยคประโยคนึงซึ่งบอกไม่ได้ แต่เรียกน้ำตานุ่นออกมาได้เลยระหว่างที่อ่านบทอยู่ มันเป็นอะไรที่อยากให้คนได้ไปดูกัน อยากจะบอกนะว่าในเรื่องพูดกันเรื่องอะไร แต่บอกไม่ได้จริงๆ ต้องไปดูกันเอาเอง 


    เรื่องนี้ก็ได้ร่วมงานกันกับน้องใหม่จากรักแห่งสยาม น้องพิชเป็นอย่างไรบ้าง

    นุ่นเห็นน้องพิชเล่นเรื่องรักแห่งสยามมาแล้ว รู้ว่าน้องพิชนี่เป็นคนที่ทำงานกับมะเดี่ยวมาไม่น้อยในเรื่องของเพลง มีโอกาสได้ไปเจอกันที่บ้านมะเดี่ยวบ่อยๆ ตอนที่เริ่มรู้จักกับมะเดี่ยว แต่ยังไม่ได้คุยอะไรจริงจังกับน้องพิช พิชเป็นเด็กมีความสามารถในการแสดงและดนตรีคนนึงซึ่งผลงานก็ดูได้เลยจากเรื่องรักแห่งสยาม นุ่นได้มีโอกาสเพิ่งมาเริ่มได้พูดคุยกันก็ตอนช่วงนี้ช่วงที่ถ่ายหนังด้วยกัน น้องพิชเป็นผู้มีพระคุณเป็นคนที่ช่วยแอ๊คติ้งโคททางภาษาก่อนเข้าฉาก (หัวเราะ) คือน้องพิชจะแม่นในเรื่องของภาษาคนเชียงใหม่มากกว่านุ่นเยอะ เขาก็จะเป๊ะมากไม่ต่างอะไรจากมะเดี่ยวเลย นุ่นต้องเปิดบทคุยกับน้องพิชแล้วให้น้องพิชสอน คือมะเดี่ยวจะสอน 1 รอบแล้วส่งมาให้น้องพิชมาประกบอีกรอบ น้องพิชก็จะคอยดูสำเนียงถูกต้องหรือยัง แล้วน้องก็จะอดทนกับพี่มาก เพราะพี่เสียงแปร่งมากกว่าจะพูดได้น้องพิชเขาก็จะย้ำๆ จนกว่านุ่นจะได้ 

     

    ในเรื่องน้องพิชมารับบทเป็นน้องชายของนุ่น นุ่นรู้สึกว่าพิชเป็นน้องจริงๆ ค่ะ ก็ในเรื่องมันต้องเล่นรับส่งเป็นพี่น้องที่มีความห่วงใยเอื้ออาทรกันจริงๆ ทีนี้ก็ง่ายเลยเพราะเราเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว น้องมาสอนพี่พูดคำเมืองด้วยซ้ำ ระหว่างอยู่ที่กองถ่ายนุ่นกับพิชก็เลยสนิทกัน มาต้องมาเล่นบทที่ต้องมีการรับส่งกัน เข้าใจความรู้สึกซึ่งกันและกันมันก็ง่ายมากขึ้นค่ะ 


    แล้วการที่เราได้มาถ่ายทำกันที่เชียงใหม่ ความรู้สึกผูกพันกับที่นี่สำหรับนุ่นเป็นอย่างไรบ้าง

    นุ่นมาเรียนหนังสือที่นี่ตั้งแต่ปี 1- ปี 4 ซึ่งก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ตอนนี้เชียงใหม่มันก็เปลี่ยนตามกาลเวลา สมัยที่นุ่นยังเป็นนักศึกษาคนเชียงใหม่ยังสบายๆ ตอนนี้ก็ยังสบายอยู่เพียงแต่ว่าอาจจะเฉพาะแถวในมหาวิทยาลัยมั้ง แต่ในเมืองที่มันมีความเติบโตขึ้น แถวม.ก็จะมีร้านเหล้ามีผับบาร์ ร้านอาหารหรือว่าร้านเก๋ๆ ซึ่งมีหลายแบบ จะชิวจะฮาร์ทคออะไรก็เยอะขึ้น มันเริ่มมีอะไรวุ่นวายมากขึ้น ในเมืองก็จะเริ่มมีมุมสวยๆ ร้านสวยๆ ร้านขายของ ร้านที่มีงานดีไซน์เยอะขึ้นเชียงใหม่ก็เติบโตขึ้น แต่ไม่รู้สินุ่นว่าบางอย่างมันยังอยู่ ถ้าเป็นที่อื่นนะนุ่นว่าด้วยเวลาที่ผ่านไปขนาดนี้ความเจริญที่มันเข้ามาขนาดนี้มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้เยอะกว่านี้ แต่วันนี้มันก็ยังอยู่ถึงมันจะมีอะไรที่ทันสมัยมากขึ้นแต่มันก็ยังมีกลิ่นของคนเชียงใหม่อยู่ ไปไหนยังได้ยินการอู้คำเมืองอยู่ ยังมีรถแดงที่แบบอยู่ๆ จะจอดก็จอดตั้งแต่ไหนแต่ไรมา การทักทายคนแปลกหน้าคนต่างถิ่นด้วยภาษาคำเมือง การต้อนรับกลิ่นอาย เสื้อผ้า ถึงแม้ว่าบางอย่างมันจะเข้ามา แต่ว่าก็ยังเห็นคนแต่งผ้าพื้นเมืองอยู่ ก็ยังอยากให้จิตวิญญาณของเชียงใหม่ยังอยู่แบบนี้ค่ะ เพราะรู้สึกว่ากลับมาทีไรมันก็คือบ้าน ถึงจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่นานเท่ากับคนเชียงใหม่จริงๆ แต่นุ่นก็รู้สึกว่าที่นี่คือบ้านเสมอ เรามาอยู่ที่นี่จะรู้สึกว่านี่บ้านฉันนะ ฉันไม่กลัวอะไรใครทำอะไรเราไม่ได้ มันอบอุ่นเสมอที่มาถึงค่ะ 


    ในเรื่องนี้นุ่นมารับบทเป็นปรียาเจ้าสาวที่หวาดกลัวต่อความเปลี่ยนแปลง อยากให้นุ่นเป็นตัวแทนพูดถึงความเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่กำลังจะต้องเจอกับเหตุการณ์แบบเราบ้าง

    เรื่องความรักนี่นุ่นแอบอินนะ ความรักในมุมมองของนุ่น ยิ่งกับในเรื่องนี้ ความรักมันไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัวเลยต้องอย่าไปกลัวที่จะรัก อย่าคิดวิตกกังวลของเราเองมันจะไปบั่นทอนสิ่งดีๆ ที่เคยมีให้กันและกันมาตลอด นุ่นก็เป็นนะมีบางอารมณ์ก็เป็นเหมือนปรียาในเรื่องนี้ มันก็เลยสอดคล้องกับตัวละครเรื่องนี้มากเพราะว่าบางทีเหตุการณ์ข้างนอกไม่มีอะไรเลย แต่เราหยิบแค่จุดดำ ๆ จุดแย่ๆ จุดนึงบนวงกลมใหญ่ๆ แล้วก็หยิบแค่จุดนึงมาแล้วจ้องมองมัน คิดกับมันไปต่างๆ นานาให้มันขยายใหญ่ขึ้น มันก็จะไปทำลายสิ่งดีๆ ที่เคยมีมาทั้งหมด นุ่นว่าอย่าไปคิดเองอย่าไปกลัวที่จะรัก 

     

    แต่สำหรับคนที่จะเริ่มต้นใหม่อันดับแรกอย่าไปคิดว่าฉันต้องเริ่มใหม่ให้ได้ ฉันต้องมีความรักใหม่ที่ดีให้ได้ เริ่มจากรักตัวเองก่อน มันไม่ได้เป็นการเห็นแก่ตัวนะ แต่พอเรารักตัวเองรู้สึกดีกับตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเราเอง มองสิ่งดีๆ ที่เราทำอะไรดีๆ เราคิดอะไรดีๆ แล้วไอ้ความคิดอะไรดีๆ พวกนี้มันจะดึงดูดสิ่งดีๆ เข้าหาเราเอง เหมือนเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ อย่าเอาความรู้สึกเราไปฝากไว้ที่คนอื่น รักตัวเองก่อน พอเราดีปุ๊ปนุ่นเชื่อว่าเดี๋ยวความรักดีๆ มันจะเข้ามาเองค่ะ 


    (อู้เมือง) ในฐานะของคนเชียงใหม่นะเจ้า ถึงจะอู้เมืองแปลกนิดหน่อยแต่ว่าก็อยากจะขอฝากเรื่องโฮม เอาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนะเจ้า 

     

    (พูดกลาง) อยากให้มาดูค่ะ อยากให้มาลองมองความรักอีกหลายๆ รูปแบบ และนุ่นเชื่อว่าสิ่งที่ได้กลับไปนอกจากความสนุก นอกจากความบันเทิงที่หนังเรื่องนี้จะมอบให้แล้ว นุ่นว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดบางอย่างกับชีวิตตัวเองได้ อยากให้ทุกคนมีความรักที่ดีขึ้นแล้วก็จะส่งผ่านความรู้สึกนี้ผ่านหนังไปแล้วกันนะคะ


     



  • ร่วมแสดงความเห็น
    ชื่อ :
      
    ตัวเลขจากภาพ :
      
    ความเห็น :